ตลาดผลไม้จีนตอนในกับโอกาสการเข้าถึงของผู้ประกอบการผลไม้ของไทย

325



ตลาดผลไม้จีนตอนในกับโอกาสการเข้าถึงของผู้ประกอบการผลไม้ของไทย

          จีนเป็นตลาดส่งออกผลไม้รายใหญ่ของไทย  และเป็นหนึ่งในตลาดที่นิยมบริโภคผลไม้ไทยอย่างสูง โดยปัจจุบัน มีสัดส่วนของผลไม้ไทยส่งออกไปยังจีนถึง 70%  โดยในอนาคตโอกาสของผลไม้ไทยในตลาดจีนยังสามารถเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากจีนมีขนาดตลาดที่ใหญ่ และมีกำลังซื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยตลาดสำหรับสินค้าเกษตรและผลไม้ในจีนกระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ  จำนวนมาก ซึ่งผลไม้ไทยส่วนใหญ่จะถูกนำเข้าผ่านทางฮ่องกง เซินเจิ้น และกว่างโจว หลังจากนั้นจึงนำไปกระจายไปยังมณฑลอื่น ๆ ต่อไป

             นอกจากช่องทางนำเข้าที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ตลาดสินค้าเกษตรตงฟางติ่งซิ่น (东方鼎信市场) ก็นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะตลาดดังกล่าวเป็นตลาดนำเข้าและขายส่งผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง มีพื้นที่ 125 ไร่ ประกอบด้วยบริษัทนำเข้าผลไม้กว่า 30 บริษัท และร้านขายผลไม้กว่า 100 ร้าน ซึ่งปัจจุบัน ตลาดแห่งนี้นำเข้าผลไม้จากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก ได้แก่ ไทย เวียดนาม และเมียนมา รวมทั้งยังนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศในอเมริกาใต้ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย เพื่อจำหน่ายต่อไปยังเมืองต่างๆ ในคาบสมุทรซานตง เช่น เมืองเยียนไถ เวยไห่ เหวยฟาง หลินอี๋ และขยายเส้นทางการค้าไปยังกรุงปักกิ่ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยตลาดแห่งนี้มีความน่าสนใจมาก เนื่องจากนำเข้าสินค้าเกษตรของไทยถึง 1 ใน 3 ของสินค้าที่ตลาดนำเข้า ครอบคลุมการจำหน่ายผลไม้จากต่างประเทศใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตงและในภาคเหนือของจีน

              ปัจจุบัน ตลาดแห่งนี้นำเข้าผลไม้ 4 ชนิด จากไทย ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย และขนุน โดย 70% ของทุเรียนที่นำเข้ามาจากไทย และอีก 30 % จากเวียดนาม ซึ่งในปัจจุบัน ทุเรียนส่งออกของเวียดนามมีการพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น บวกกับต้นทุนในการขนส่งที่ต่ำกว่า ทำให้มีแนวโน้มในการนำเข้าทุเรียนจากเวียดนามสูงขึ้น  อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนยังคงมีความต้องการนำเข้าผลไม้เกรดพรีเมียมจากไทย รวมถึงทุเรียนพันธุ์อื่นๆ  (นอกเหนือจากหมอนทอง ก้านยาว และชะนี)  ปัจจุบันชาวจีนจำนวนมากมีศักยภาพที่จะบริโภคผลไม้ที่มีคุณภาพสูง แม้ว่าจะมีราคาแพง สำหรับคนจีนแล้ว เรื่องหลักคือรสชาติต้องอร่อย ถูกปาก  จึงแนะนำให้เกษตรกรไทยพัฒนาการปลูกผลไม้ให้มีคุณภาพสูงและดีขึ้น เพาะขยายพันธุ์ใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถรักษาตลาดของจีนไว้ได้

             แม้ว่าผู้ประกอบการจีนยังคงมีความเชื่อมั่นในคุณภาพของทุเรียนไทย แต่ก็ต้องการนำเข้าทุเรียนไทยพันธุ์อื่น เพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างทุเรียนไทยและทุเรียนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การนำเข้าทุเรียนพวงมณี ที่กำลังได้รับความนิยมจากคนจีนในขณะนี้ ดังนั้น หากไทยต้องการรักษาส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดของตลาดทุเรียนในมณฑลซานตง รวมถึงที่อื่นในจีน ไทยต้องปรับปรุงให้สินค้าของไทยมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ และแนะนำสินค้าเกษตรสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่มีรสชาติดีควบคู่กันไปด้วย

             ปัจจุบัน ได้มีการเปิดเส้นทางการขนส่งแห่งใหม่ขึ้นหลายแห่ง ทำให้การขนส่งเพื่อกระจายสินค้าไปยังเมืองรอบนอกของจีนสะดวกขึ้น เช่น มณฑลเจ้อเจียง ผ่านเส้นทางคมนาคมทางบก โดยใช้เส้นทาง R3 และ R12 R9 เลียบชายฝั่งส่งตรงไปตามชายแดนได้ง่าย ทำให้ตลาดขยายตัวและโตมากขึ้น นอกจากนี้ ในมณฑลซานตงเองยังได้เปิดเส้นทางขนส่งสายใหม่ขึ้น คือ เส้นทางขนส่งระหว่างเขตจี๋โม่ – หวงต่าว ของเมืองชิงต่าว ประกอบกับมีตลาดนำเข้าและขายส่งผลไม้รายใหญ่ที่สุดอยู่ในเมืองนี้ ทำให้การขนส่งและกระจายสินค้าไปยังเมืองต่าง ๆ ของจีนตอนในทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

             อนึ่ง ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองชิงต่าว จะจัดงานเทศกาลไทย ณ เมืองโซ่วกวง ในวันที่   20 – 24 เม.ย. 2561 โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงผลไม้สด ผลไม้แปรรูป นวัตกรรมทางการเกษตร รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของไทย ซึ่งจะทำให้ผลไม้ไทยและประเทศไทยเป็นที่รู้จักในมณฑลซานตงมากยิ่งขึ้น 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.globthailand.com

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

sendLINE

Comment